Jitiya's profileThe best diplomacy is si...PhotosBlogListsMore Tools Help

The best diplomacy is sincerity...

June 23

... ^^.....

 
If there's a prize for rotten judgement
I guess I've already won that
No man is worth the aggravation
That's ancient history - been there, done that!
 
คิ ด อี ก ค รั้ ง  -- ก็ยังผิดอีกจนได้  ^^"
หนีแทบตาย -- สุดท้ายก็ไม่พ้น
ไม่ยอมใคร -- ก็ต้องยอม - ค น บ า ง  ค น  - 
จะกี่หน -- ก็เหมือนเดิม ... ทุกที ... ^^..
 
 
Who'd'ya think you're kiddin'
He's the Earth and heaven to you
Try to keep it hidden
Honey, we can see right through you
Girl, you can't conceal it
We know how ya feel and
Who you're thinking of
 
 
ไม่อยากยอมรับว่าเธอคือ  - ค น สำ คั ญ  -
แต่ไม่รู้เหมือนกัน -- ว่าทำไมคิดถึงได้ขนาดนี้ ^^
ไม่อยากชมให้เหลิงว่า - ห น้ า ต า ดี  - ( ...555)
แต่หลับตากี่ที --ก็เห็นเธออยู่ร่ำไป ... ^^...
 

No chance, no way
I won't say it, no, no
You swoon, you sigh, why deny it, uh-oh!
It's too cliche
I won't say I'm in love
 
ไม่อยากบอกหรอกว่า - ต ก ห ลุ ม รั  ก  -
แต่ถ้าอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก -- จ ะ ไ ด้ ไ ห ม  ? ... ^^...
อยากจะคิดว่า - ใ จ ง่ า ย - ก็ตามใจ  .. ^^"...
แต่อยากให้รู้ว่าไม่เคยง่ายกับใคร -- น อ ก จ า ก เ  ธ อ ...
 
 
......... At least out loud
I won't say I'm in love.........  ^^..........

 
June 01

Buy me a rose

 
NB: ม า เ ป ลี่ ย น เ พ ล ง ... เพราะเห็นว่าค้างไว้นานแล้ว .. และอาจจะไม่ได้มา update  อีกสักพัก เพราะ อ. ที่ปรึกษากลับมาแล้ว  -- ต้องภาวนาให้ อ. งานยุ่ง ๆ จะได้ไม่มีเวลาให้เราเยอะเกินไป (... บาปกรรมมากเลยจิ๊ ... มีแต่คนเขาบ่นว่า อ. ที่ปรึกษาไม่มีเวลาให้  555)... ไม่รู้จะโทษใคร ... ต้องโทษตัวเองที่ไม่ขยัน ... แต่เพื่อนคนอื่นมันก็ chill พอ ๆ กัน ... ^^"... เออ .. นะ ... ถ้าเรามีเวลาจะบ่นได้เป็นกลอนขนาดนี้ ... เราว่าเราเอาเวลามาแต่งกลอน ... เ อ๊ ย ย ... ไ ม่ ใ ช่   ! เราควรจะเอาเวลามาอ่านเอกสารที่ 'จารย์ สั่งให้อ่าน .. หรือไม่ก็เขียน  abstract paper  สักอันส่งให้นู๋เม -- หรืออาจารย์ ดร. เม -- ตาม  call for paper  ที่อุตส่าห์ส่งให้มา .. จะเข้าท่ากว่ากันมาก .. จะได้มีประวัติการ  present งานสักที ... ^^"... เฮ้อ ....
 
 
... เข้าเรื่อง ๆ ... - เ พ ล ง นี้  - เป็นหนึ่งในหลายเพลงที่เราชอบ -- แต่มันเป็น  Ballad  [  - อธิบายศัพท์สำหรับคนไม่ชอบภาษาอังกฤษ -  ... หมายถึงกลอน / เพลงที่มีลักษณะเป็นเรื่องเล่า ... คล้าย ๆ นิทานค่ะ ]  เราเลยไม่อยากแปล -- เอาเป็นว่าใครที่อ่านภาษาอังกฤษได้ ..ขอให้อ่านที่เป็นภาษาอังกฤษจะดีกว่านะคะ -- ฟังแล้วซึ้งใจอยากมีคนให้พูดด้วยอย่างนี้บ้าง แต่...
 
1) เราว่าธรรมเนียมการซื้อดอกไม้ให้สาวนี่มันฝรั่งโ -ตร ๆ  และดอกไม้สมัยนี้ที่สวย ๆ ก็ช่างแพงไร้เหตุผล  ..^^"..--- คือถ้าได้เราก็คงดีใจ -- แต่จะว่าไปซื้ออะไรมาก็ดีใจทั้งนั้นอะ -- มันขึ้นอยู่กะใจ -ไม่ใช่ของ -- แต่ยอมรับว่าพออยู่ใน ballad  เป็นดอกกุหลาบมันดูดีกว่าอย่างอื่น ... ^^"
 
2) เรานึกไม่ออกเลยจริง ๆ ( 555)  ว่าไอ้มีคนโทรหาเวลาทำงาน/ เลิกงาน (...ไม่แน่ใจว่า  call me from work  นี่มันคือตอนไหนง่ะ ) ทุกวัน ... มีคนเปิดประตูรถให้ -- นี่มันเป็นไง [  - อธิบายสำนวนภาษาอังกฤษ -- open the door for me -- ปกติประตูที่ผู้ชายเปิดให้ผู้หญิงแล้วดูสุภาพบุรุษคือประตูรถค่ะ -- ไม่ใช่ประตูบ้าน   ^^ -- แต่ส่วนใหญ่เขาจะเปิดให้เฉพาะตอนจีบกันใหม่ ๆ อะ ... เพราะว่ามันลำบาก -- ต้องเดินลงจากรถแล้วอ้อมมาเปิด - คนชอบแซวกันว่า ... ถ้ารถจอดแล้วผู้หญิงเปิดลงมาเอง -- แปลว่าคบกันนานแล้ว ... แต่ถ้าผู้หญิงยังไม่ทันจะลง & ปิดประตูเสร็จ ..ผู้ชายก็ออกรถไปแล้ว -- แบบนี้แปลว่าแต่งกัน  (นาน) แล้ว .. เมืองไทยไม่ค่อยมีหรอกมั้ง  ? ... ส่วนบ้านเราส่วนใหญ่แม่ขับรถ -- พ่ออยู่บ้านค่ะ ..^^"..  พ่อเราไม่ค่อยชอบออกไปไหน ... ]
 
... เอาเป็นว่าเราขอข้อสุดท้ายข้อเดียว  show me you love me by the look in your eyes ... แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่า - ในกรณีที่ผู้ชายตาชั้นเดียว ... เผอิญเกิดมาตาไม่สวย ... หรือว่าสายตาสั้น /เอียง --มาก ๆ เนี่ย (เราไม่แน่ใจว่าความผิดปกติของสายตามีผลต่อความซึ้ง - ไม่ซึ้งของมันรึเปล่าค่ะ -- เผอิญไม่มีใครให้ทดลอง ^^")  ... มันจะทำอย่างไร ?.. หรือว่าคนรักกันมองตากันยังไงก็เข้าใจ  ? ...เออ..นะ ... เอาเป็นว่าเรามีใครให้ทดลองด้วยเมื่อไหร่ -- เดี๋ยวเราจะลองดูค่ะ ... แต่ตอนนี้คงต้องกลับไปปั่น disser  ก่อน -- เดี๋ยวถูกอาจารย์ที่ปรึกษาผู้แสนดีฆ่าตาย(... ทางวิชาการ) คงไม่ได้ไปนั่งมองตาใครแหง ๆ ...  555 ...^^"...
 

....

 
He works hard
To give her all
He thinks she wants
A three car garage,
Her own credit cards

He pulls in late
To wake her up
With a kiss
Good night
If he could only
Read her mind,
She'd say:
 
 
รู้ ทั้ ง รู้ . .. ที่เธอทำ --ก็เพื่อฉัน
แต่อยากบอกว่าไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้น .. ก็ได้
ก็ซาบซึ้ง ... กับสิ่งที่เธอทำให้กันมากมาย
แต่จริง ๆ ที่ฉันอยากได้ ...ไ ม่ มี อ ะ ไ ร  ...
 
Buy me a rose,
Call me from work
Open a door for me,
What would it hurt

Show me you love me
By the look in your eyes
These are the little things
I need The most in my life
 
 
นอกจากแค่ ...ซื้อดอกไม้มาให้ฉัน
โทรหากันบ้างสักครั้งจะได้ไหม ?
ช่วยทำให้ฉันรู้บ้าง.. ว่ า เ ธ อ ห่ ว ง ใ ย 
บอกรักกันบ้างได้ไหม ? .. ด้วยสายตา
 
Now the days have grown
To years
Of feeling
All alone
And she can't help
But wonder what
She's doing wrong

Cause lately she'd
Try anything
To turn his head
Would it make a difference
If she'd said:
ก็ รู้ ว่ า เ ธ อ ไ ม่ อ ย า ก ใ ห้ ฉั น ไ ม่ ส บ า  ย ใ จ 
แต่ยิ่งเงียบไป --- กลับยิ่งทำให้ฉันไม่เข้าใจเธอมากกว่า
ก็รู้ว่าเธอไม่อยากทำให้ฉันเสียเวลา ...
แต่รู้มั้ยว่า...วันไหน ๆ ก็ไม่มีค่า .. ถ้าไม่มีเธอ ...
 

Buy me a rose,
Call me from work
Open a door for me,
What would it hurt

Show me you love me
By the look in your eyes
These are the little things
I need the most in my life
 
แ ค่ ซื้ อ ด อ ก ไ ม้ สั ก ด อ ก  ม า ใ ห้ฉั น 
และบอกกันว่าเธอยังรัก .. เสมอ .. 
เพราะไม่มีใคร .. หรืออะไรที่พบเจอ ...
... จะมีค่าไปกว่าเธอ -- ที่รักกัน...
 

And the more that he lives
The less that he tries
To show her the love
That he holds inside

And the more that she gives
The more that he sees
This is a story
Of you
And me

ไม่ได้อยากเรียกร้องความสนใจ
แค่ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไร ... ก็เท่านั้น
ดูไม่ออก... ที่เธอบอกว่ารักกัน ..
... ด้ ว ย ภ า ษ  า ที่ ฉั น ไ ม่ เ ข้ า ใ จ ...
 
 
So I bought you a rose
On the way home
From work
To open the door
To a heart
That I hurt
And I hope you notice '
This look in my eyes
Cause I'm gonna make
Things right
For the rest of your life
 
แ ค่ ซื้ อ ด อ ก ไ ม้ สั ก ด อ ก  ม า ใ ห้ฉั น 
และบอกว่าเธอยังรักกันอีกครั้ง .. ไ  ด้ ไ ห ม  ? 
แค่มองตากัน ... ให้ฉันชื่นใจ ...
... เ  พ ร า ะ ไ ม่ มี ใ ค ร สำ  คั ญ  เ ท่ า กั บเ ธ  อ... ^^..
 
 
May 18

.... หนังสือที่เธอไม่อ่าน (...^^"...)

 
ไ  ม่ มี   ' ไ ร ม า ก  ... ^^".... แค่วันก่อนต่ายถามว่า - ช่ ว ง นี้ มี นิ ย า ย อ ะ ไ ร ส นุ ก   ๆ  บ้ า ง  ?  - ... แล้วเพิ่งจะตระหนักว่า -   ข้  า พ เ จ้ า  ถู ก วิ ท ย า นิ พ น ธ์ สู บ เ ว ล า ใ น ก า ร อ่ า น นิ ย า ย  ไป เ ย อ ะ ม า  ก ก ก ก   - ....  ^^"... จะว่าไปมันก็หายไปเยอะตั้งกะเริ่มเรียน ป. เอกแล้ว -- คือไม่ใช่แค่เวลาที่จะต้องแบ่งมา  process ทั้งปรัชญาการเมือง  ทั้งการเมืองไทย ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ -- ที่แต่ละเรื่องก็ใช่ว่าจะง่าย ... -"-.. แต่ค่าใช้จ่ายในการซื้อและ  xerox  แต่ละเล่มก็ไม่ใช่น้อย ๆ ด้วย .... เราก็เลยจำเป็นต้องมาหาความบันเทิงเอากะหนังสือเรียนของตัวเองแทน ... เอาน่า ... ปรัชญา กะ ประวัติศาสตร์การเมืองไทย (... ตอนนี้ต้องเป็น -  ก  า ร ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ข อ ง ไ ท ย  - เพราะว่าเป็นหัวข้อ Disser ... ^^...)  อ่าน ๆ ไปก็สนุกนะ .... (...ใครจะเชื่อเราบ้างมั้ยเนี่ย ?... 555...) 
 

ช อ บ มี ค น  คิ ด ว่ า เ ป็ น เ ด็ ก อั ก ษ ร แ ล้ ว  จ ะ ต้ อ ง ช อ บ อ่ า น นิ ย า ย  .... ซึ่งก็จริง -- แต่หากคุณอยากถามเด็กอักษรสักคนว่า - นิ ย า ย เ ล่ ม ไ ห  น ที่ อ่ า น ส นุ ก  -  ... เราอยากให้คุณเตรียมใจไว้นิดนึงว่า .... นิยามของคำว่า -  ส นุ ก  -  ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันเสมอไป ...  และใน class  เรียนของเอกอังกฤษนั้นไม่มีการ assign Chick-lit   อย่างน้อยก็ในรุ่นที่เราเรียน ....มีแต่  Classics  ล้วน ๆ  หรือถ้าเป็น Contemp  ก็ต้องมีประเด็นเชิงสังคมวัฒนธรรม หรือปรัชญาอะไรสักอย่างให้คิดวิเคราะห์...ว่า - ค น เ ขี ย น ไ ด้ อ ย่ า ง  นี้ เ ข า คิ ด อ ะไ ร   ?  -   ... ซึ่งก็หมายความว่า -- เขาไม่ได้ตั้งใจ  train  ให้เราแค่ - อ่ า น ห นั ง สื อ อ อ ก   - แต่ต้องอ่านตัวละครหรือ  - ค น - ออกด้วย.......  จึงไม่น่าแปลกที่ในบางครั้งจะดูเหมือนพวกเราจะเข้าอกเข้าใจคนดีเป็นพิเศษ ....คุยด้วยแล้วสบายใจ ..... ^^...... แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการ -  เ ข้ า ใ จ ผิ ด   - นะ ... 555........ 
 

ดั ง นั้ น   -  ... หากคุณต้องการคำแนะนำหนังสือประเภท Chick-lit คุณจึงไม่สามารถขอคำแนะนำจากเด็กอักษรได้ทุกคน ... เพราะบางคนก็ไม่ชอบ -- อย่างเรานี้ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษอะ ...  ^^"...... คือไม่ถึงขนาด -  รั บ ไ ม่ ไ ด้  -... แต่เราไม่ค่อย  in กับเรื่องเด็กสาววัยรุ่น  'เมกัน เนื่องจากเราเริ่มแก่แล้ว (... อะนะ ... ^^"...) ต้องการอะไรที่  substantial  และคุ้มค่าเงินที่ชอบมีคนสงสัยว่า -   เ งิ น เ ดื  อ น แ ค่ นี้ เ ร า อ ยู่ ไ ด้ ยั ง ไ ง ? -  มากกว่านั้น   --ถ้าจะให้ดีน่าจะเป็นหนังสือที่เราอ่านแล้วเอาไปคุยกะเพื่อน ๆ  และน้อง ๆ ได้ -- เพราะจะได้คุ้มยิ่งขึ้น .... อ่านเล่มเดียวบันเทิงไปหลาย ๆ คน... ^^....    -  เ พ ร า ะ งั้ น  - ...เราจึงได้มี  Harry Potter, Narnia  และ  Dan Brown  ชนิดครบชุด (.... เพราะมันต้องถูกเอามาทำเป็นหนังหมดแหง ๆ ... และก่อนจะไปดู -- อีตาน้องชายเรามันชอบโทรมาถามว่า - ...จ บ ยั ง ไ ง  ? --  อย่างไม่กลัว spoiled ... ^^"..) ... อ่านหนังสือปรัชญาและประวัติศาสตร์แทนนิยาย (...  เอาน่า ...เล่มคล้าย ๆ กัน -- ภาษาอังกฤษเหมือนกัน .... และส่วนใหญ่ก็เป็น - เ รื่ อ ง แ ต่  ง  - เหมือนกันทั้งนั้นง่ะ ... ^^"...) ... แต่จริง ๆ นักเขียนคนโปรดของเรา ณ บัดนี้คือ Paulo Coelho  นะ ....... ^^........
 

.... แต่จะว่าไป -- ช่วงนี้ในตู้ก็มีนิยายหลาย ๆ เรื่องจริง ๆ ที่เราซื้อมาแล้วแต่ - ยั ง ไ ม่ ไ ด้ อ่ า น  -  หรือ  -  อ่ า น  ไ ม่ จ บ  -  ... ^^"...  ไหน ๆ ก็ส่ง  proposal  ไปเรียบร้อยแล้ว -- เอา The Name of the Rose (... ซึ่งกะจะอ่านมาตั้งกะเทอมที่แล้ว ..... ^^"...) มาอ่านเปลี่ยนบรรยากาศมั่งดีก่า ... ^^"...  ทิ้งไว้นาน(... กว่านี้) ... เดี๋ยวหนังสือมันจะน้อยใจ ... - ยิ่ ง ไ ป ก ว่ า นั้ น - ... อ. ที่ปรึกษากลับมาเมื่อไหร่ -- สงสัยจะต้องได้อ่านแต่เอกสารชั้นต้นแหงเลย ...... (.... ^^"....)....

...


ในแววตาทั้งคู่ไม่รับรู้อะไร
เธอคงยังไม่เข้าใจ ว่าฉันไม่ใช่คนเก่า
เรายังคงเหมือนเพื่อน หยอกล้อเหมือนวันวาน
แต่ฉันคือคนใจสั่น แต่ฉันคือคนหวั่นไหว


Just a shadow, that never reflects in your eyes,
No, you'd never realize, how hard I tried,
Just a feeling, that you'd never understand,
No, it'd never be, a part of your plan.

ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
ในความคุ้นเคยกันอยู่
มันแฝงอะไรบ้างอย่างที่มากกว่านั้น
ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
ว่าเพื่อนคนหนึ่งมันแอบมันคิดอะไรไปไกล
กว่าเป็นเพื่อนกัน


Just a friend, like your other good friends 'round,
No, you won't ever notice me, among the crowd.
Just another one, someone who cares,
But no, you'd never notice, how I'm always there...

กลายเป็นคนฝันใฝ่อยู่ใกล้ใกล้เธอ
กลายเป็นคนที่รอเก้อ
เหมือนหนังสือที่เธอไม่อ่าน
ตาคอยมองจ้องอยู่อยากให้รู้ใจกัน
แต่แล้วเธอยังมองผ่าน และฉันก็ยังหวั่นไหว


Just a dream, that'd never come true,
No, you won't know how I feel for you,
Just a book, that'd never be turned ...
No, you would never-ever learn...


ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
ในความคุ้นเคยกันอยู่
มันแฝงอะไรบ้างอย่างที่มากกว่านั้น
ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
ว่าเพื่อนคนหนึ่งมันแอบมันคิดอะไรไปไกล
กว่าเป็นเพื่อนกัน ..

ช่างไม่รู้เลย  - PeaceMaker

April 22

... เรารักนาย ^^

ยั ง ไ ม่ ไ ด้ ไป ดู -- แ ล ะ ค าด ว่ า ค ง จะ ไ ม่ ไ ป ดู ห นั ง เ รื่ อ ง นี้ (...ขอโทษน้องบัวสโรชาด้วยนะคะ -- น้องสวยค่ะ ^^"-- แต่พี่มีเหตุผล...ช่วงนี้พี่จ๊น..จน...เพราะเพิ่งซื้อตั๋วแม่นาคไปค่ะ ..^^"..) .. แต่ tag line ของหนังเรื่องนี้ที่ว่า "..ค น เ ร า ถ้ า ไ ด้ รัก ใ ค ร ไ ป แ ล้ ว ...มั น เ ป็ น เ พื่ อ น กั น ไ ม่ ไ ด้ ห ร อ ก ..." ทำให้เราขัดใจ - ต้องไปหาเรื่องย่อมาอ่านว่ามันเป็นยังไงเหรอ ? ไอ้ 'ม.3 ปี 4' เรารักนาย' เนี่ย ? หมายถึงคบกันตั้งแต่ ม. 3 จนถึงปี 4 แล้วเลิกกัน ? (.. ใครที่รู้เรื่่องแล้วก็คงจะรู้ว่า - ไ ม่ ใ ช่ - อะ ...^^"..) .. ครั้นจะเสียตังค์ไปดู -- แนวเรื่องมันก็มิค่อยจะต้องรสนิยมเราและผองเพื่อน --- อะนะ ...คือเราไม่ได้รังเกียจหนังไทย -- แต่แนวหนังมันเด็กไปสำหรับคนอายุจะ 30 แล้วอย่างเรา ... - อี ก อ ย่ า ง - ... เราไม่ได้เรียน ม. 3 และเคยไปภูเก็ตครั้งเดียวเท่านั้นหลังสึนามิเข้าสองวัน -- ในฐานะล่าม volunteer ของกระทรวงฯ ... ^^"... เราคิดว่าเราคงไม่อิน ...^^"... อ้อ-- ใช่ ๆ เราไม่รับ add msn คนไม่รู้จักด้วย ... แบบว่าไม่ชอบมี list ยาว ๆ ค่ะ -- มันโหลดช้า ...- ใ ค ร อ ย า ก คุ ย กั บ เ ร า จ ริ ง ๆ ก็ โ ท ร ม า ..... - ...เอ ... ว่าแต่คุณจะอยากคุยอะไรกับเราเหรอคะ -- ถ้าหากว่าเราไม่รู้จักกัน ? ...^^... จะคุย M ทั้งที -- ไปหาเพื่อนคุยเป็นเด็ก ม.3 ปี 4 จะไม่ดีกว่าเหรอ ? ...



- เ ข้ า เ รื่ อง ๆ -.... ที่เราบอกว่าเราไม่ชอบ tag line ไม่ได้เกี่ยวกับที่เราไม่ชอบแนวหนัง ... เพียงแต่เรา - ไ ม่ เ ชื่ อ - ว่า - ค ว า ม รั ก - กับ - ค ว า ม เ ป็ น เ พื่ อ น - มันไปกันไม่ได้ ... ตรงกันข้าม -- เราค่อนข้างจะมั่นใจ -- (..ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อพิสูจน์และหลักฐานเชิงประจักษ์ ...^^"... ) ...ว่า - ค ว า ม รั ก - มันควรจะดำเนินไปพร้อม ๆ กับ - ค ว า ม เ ป็ น เ พื่ อ น - ระหว่างคนสองคนมากกว่า .... - เ พ ร า ะ ว่ า -



[ ใ น ก ร ณี ที่ ค ว า ม เ ป็ น เ พื่ อ น ม า ก่ อ น ] ...เมื่อ - ค ว า ม เ ป็ น เ พื่ อ น - มันมีมากเกินไปจนทำให้รู้สึกชินชา ...เบื่อ ..เซ็ง ...กะอะไร ๆ ที่ - ค น เ ป็ น เ พื่ อ น กั น ธ ร ร ม ด า ๆ เ ข า ก็ ทำ ใ ห้ - ... เช่้่น... โทรหาเวลามีปัญหา ... หรือไม่มีปัญหา - แต่อยากเมาท์ ... อยากได้ยินเสียง ...อยากรู้ว่า - ยังโอเคอยู่ไหม ...อยากเล่า 'ไรให้ฟัง ...ชวนไปเที่ยว หรือจิกไปเที่ยว / ไปทำนู่นนี่ด้วยเวลาไม่รู้จะหาใครไปด้วยดี ...ส่งเมลลูกโซ่ (ที่ไม่ใช่ จม. พระครูวิจิตรธรรมโชติ ^^") ให้ ...จำวันเกิดเราได้ (แม้ว่าจะเป็นการถูกเตือนโดย hi5 หรือ facebook) ..ทักเราเวลา on M ...etc . etc .พอมี - ค ว า ม รั ก - แทรกเข้ามาปุ๊บ ... ไอ้อะไรธรรมดา ๆ เหล่านี้ -- ก็จะเกิดอาการมีสีสัน -- ทำให้เราเก็บเอาไปยิ้มหน้าบาน หรือฝันหวาน (ไม่ค่อยเกิดกับเรา -- เพราะเรานอนแล้วไม่ค่อยฝัน ^^") ได้เป็นสามสี่วันอย่างน่าประหลาดใจ ! ....ก่อนจะนึกได้ว่า ... ทำไมตรูต้องดีใจขนาดนั้นฟะ ? เรื่องแค่นี้เอง... ใคร ๆ เขาก็ทำกัน ...^^"....ก็อารมณ์ดีไปแล้วเรียบร้อย ...



[ ใ น ก ร ณี ที่ ค ว า ม รั ก ม า ก่ อ น ]... ไม่ก็เป็นอะไรที่มันไปพร้อม ๆ กันไปแล้ว ..- เ ร า ว่ า - (...อันนี้เราไม่เคยทดลองอะ -- เป็นสมมติฐาน..^^"..)... เมื่อ - ค ว า ม รั ก - ก่อให้เกิด - ค ว า ม ค าด ห วั ง ที่ ม า ก เกิ น ไ ป - ... ไม่ว่าจะเป็น -- ทำไมไม่โทรมา ?... ทำไมไม่รับสาย ?... คิดถึงแล้วโทรหาไม่ได้เหรอ ? ทำไมไม่ฟังเรา ? ... ทำไมไม่ไปด้วยกัน? ... ทำไมไม่ให้เราไปด้วย?... ทำไมจำวันเกิด / วันครบรอบสามเดือนที่คบกันไม่ได้ ? .. ทำไม on -line แล้วไม่ทักเรา ? ...etc..etc.. - ค ว า ม เ ป็ น เ พื่ อ น - ..จะทำให้เรา - รั บ ไ ด้ - กับพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้-- และอดทนได้มากกว่า ..ว่า -- แค่นี้เอง .. ไม่เป็นไร ..^^...ยังไงก็เพื่อนเรา -- ก็ถ้าเราทนพฤติกรรมงี่เง่าเช่นนี้ของเพื่อนคนอื่นได้ ...เราก็ย่อมไม่มีเหตุึผลอะไรที่จะทน- เ พื่้ อ น ค น นี้ - ไม่ได้ ... ใช่ไหม ? ...^^....



และ... [ ใ น ก ร ณี ที่ อ ะ ไ ร บ า ง อ ย่ า ง มั น ห ม ด ไ ป ].. มันก็จะมีอะไรบางอย่างที่ยังเหลืออยู่ (สำหรับเรานะ ...^^)... ซึ่งจะทำให้เราคิดหนักมากถ้าจะ - ทิ้ ง -..หรือ - เ ลิ ก ค บ คุ ณ ไป เ ล ย ย - ... ทำให้เรามักจะตัดสินใจ - ไ ม่ ทิ้ ง / ไ ม่ ตั ด คุ ณอ อ ก จ าก ชี วิ ต ข อ ง เ ร า - ... เพราะมันจะหมายถึงเราจะต้องเสียเพื่อนดี ๆ ไปถึง 1 คนเต็ม ๆ ... ยกเว้นว่าคุณจะอยากเลิกคบเราเอง ...เราอาจจะพิจารณาปรับลด division - ค ว า ม เ ป็ น เ พื่ อ น - ลง... แต่เราไม่เคยมีชื่อเสีย(ง)ด้านการทิ้งเพื่อนไปเลยนะ -- คือเราว่ามันไม่จำเป็นต้องทิ้ง .. เพราะคนเราสามารถมีเพื่อนได้ไม่จำกัด (ถึงแม้ facebook จะมี ceiling ที่ 5,000 คน) ...เพียงแต่...ถ้าเรารู้สึกว่าคุณไม่ต้องการเราแล้ว(นี่หว่า ...) เราก็อาจจะไม่เสนอหน้า(และเสียง..^^"..) ไปให้คุณเห็นบ่อยนัก ...ก็แค่นั้นแล.... ^^...

...


รัก คำเดียวคำนี้ได้ยินบ่อย
ฉันยังไม่รู้ มันมีความหมายว่าอะไร

อาจจะร้อนจะแรงเหมือนกับไฟ
อาจจะเผาจนใจไหม้เกรียม
อาจเป็นฝนที่หนาวเหน็บ ฉันก็ยอมเสี่ยง
เพียงได้เจอรักแท้


One word one always want to hear
Though its meaning's never been quite clear
Sometimes it seems hotter than fire;
Sometimes it falls like rains -- making one blind.


จะเหน็บหนาวเท่าไหร่ ไม่กลัว
จะเปียกฝนเท่าไหร่ก็ยอม
ฉันหวังแค่ให้มีคน ที่ฉันรักยืนคอยตรงนั้นก็ชื่นใจ

 

One word that makes one stands through strong, strong wind,
One word that makes one risks just any sin
One word that makes one keeps goin all the way
Just to know who's there, at the end of the day

อยากมีรักจริงๆ ซักที
ไม่ว่าร้ายหรือดีฉันนั้นพร้อมแลกทั้งใจ
เพราะว่าหมดทั้งตัวและใจฉันให้เธอ


'Love' is the word I want to hear from you
'Love'  reasons for all trials I've been through
And should you need to know its meaning,once again,
'Love' , and only love may explains...^^...

 

-  รัก ... ได้ยินรึเปล่า - บัว สโรชา

 
เพลง รัก...ได้ยินหรือเปล่า / บัว สโรชา

 

Jitiya Purksametanan

Occupation
Location
A middle-level government official who is living just fine on her ideal and a salary of 1x,xxx baht a month (Thanks for your kind concern, but as long as I am unmarried I am okey :P) ...

A researcher in social sciences and humanities who yearns to at least 'really know' something ...

A home-lover who doesn't quite understand why she often finds herself on-board somewhere ...

A thinker-in-every-way,... except math... ^^" ...
Photo 1 of 5

Windows Media Player

and all the things that nice ;)
..of course, I did not object to the force of globalization, yet I prefer that its influence on me remains 'as is'...